ระบบขนส่งมวลชนที่เหมาะสม

เนื่องจากโครงการฯ เป็นการต่อขยายของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สายสีลม) ซึ่งเป็นระบบรถไฟฟ้าแบบยกระดับขนาดใหญ่ (Elevated Heavy Rail Transit System) ไปยังตลิ่งชัน ดังนั้น การคัดเลือกระบบรถไฟฟ้า
ที่เหมาะสมสำหรับโครงการ นอกจากจะคำนึงถึงปริมาณผู้โดยสารที่จะใช้ระบบรถไฟฟ้าแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับระบบเดิมที่ใช้อยู่ในรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สายสีลม) เพราะจะทำให้การเดินรถเชื่อมต่อระหว่างระบบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และผู้โดยสารมีความสะดวกในการเดินทาง การศึกษารูปแบบการเดินรถที่มีความเหมาะสมในการเชื่อมต่อกับเส้นทางเดินรถเดิม เนื่องจากโครงการฯเป็นการต่อขยายของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สายสีลม) อยู่ภายใต้การกำกับของกรุงเทพมหานคร ระบบรถไฟฟ้าเป็นแบบยกระดับขนาดใหญ่ (Elevated Heavy Rail Transit System) ดังนั้น ที่ปรึกษาจะพิจารณาการเชื่อมต่อโครงสร้างและการเดินรถในรูปแบบของทางวิ่งยกระดับ เพื่อให้การเดินรถเชื่อมต่อมีความต่อเนื่อง

รูปแบบการเชื่อมต่อและระบบปฏิบัติการเดินรถส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน

โดยให้มีผู้เดินรถรายเดียว ผู้โดยสารไม่ต้องเปลี่ยนรถ ทำให้การขนส่งมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในแง่ระยะเวลาในการเดินทางและความสะดวกสบายของผู้โดยสาร เนื่องจากไม่ต้องลงจากรถเพื่อไปขึ้นรถอีกขบวนหนึ่งดังรูป

ในแง่ของการออกแบบ เมื่อจำเป็นต้องเดินทางผ่านส่วนต่อขยายนี้ จะต้องทำการออกแบบระบบโครงสร้างพื้นฐานในส่วนต่อขยายให้รองรับการเดินรถที่ต่อเนื่องจากระบบปัจจุบันมายังส่วนต่อขยาย หรือจากส่วนต่อขยายกลับเข้าสู่ระบบปัจจุบัน

ในส่วนของระบบการเดินรถ การออกแบบจะต้องเป็นระบบที่สอดคล้องกับระบบปัจจุบัน เพื่อให้การปฏิบัติการเดินรถทั้งหมดทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบอาณัติสัญญาณ (Signaling System) และระบบควบคุมการเดินรถ (SCADA) ที่จำเป็นต้องเป็นระบบที่มีเทคโนโลยีสอดคล้องและทำงานร่วมกันกับระบบปัจจุบัน (ระบบที่ BTSC ได้ดำเนินการปรับปรุงใหม่แล้ว) นอกจากนี้ ระบบการจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (Automatic Fare Collection: AFC) ก็เป็นอีกระบบที่ต้องถูกออกแบบให้สามารถรองรับบัตรโดยสารของระบบปัจจุบันซึ่งมีทั้งบัตรโดยสารระบบแถบแม่เหล็ก (Magnetic Card) และบัตรโดยสารระบบ Contactless Smart Card ด้วยและสามารถส่งข้อมูลของค่าโดยสารไปประมวลผลที่คอมพิวเตอร์ส่วนกลางได้โดยการดำเนินการในแนวทางนี้มีข้อสังเกตที่ควรพิจารณาดังนี้

  • ผู้เดินรถควรเป็นรายเดียวกับผู้เดินรถไฟฟ้าในระบบปัจจุบัน คือ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของการให้สัมปทานในการเดินรถ
    หรือ การว่าจ้างบุคคลมาเดินรถ ในกรณีนี้ กรุงเทพมหานครจะเป็นผู้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและระบบการเดินรถทั้งหมดเอง
  • สามารถใช้ศูนย์ควบคุมการเดินรถ (Operation Control Central: OCC) ร่วมกับของ BTSC ที่หมอชิตได้ ทำให้ประหยัดงบประมาณในการลงทุน
  • สามารถใช้โรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) ร่วมกับของ BTSC ที่หมอชิต และ ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ที่กำลังก่อสร้างที่ สมุทรปราการได้ ทำให้ประหยัดงบประมาณในการลงทุน
  • การดำเนินการจะง่าย สะดวก และประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งในเรื่องบุคลากร และในด้านการบำรุงรักษา เนื่องจากระบบมีการเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์และมีระบบควบคุมการดำเนินงานรวมศูนย์อยู่ที่จุดเดียวรูปแบบการเดินรถแบบการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างระบบ มีผู้เดินรถรายเดียวจะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้โดยสาร ประหยัดงบประมาณในการก่อสร้าง การบริหารจัดการโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทั้งหมดมีประสิทธิภาพมากกว่า ดังนั้นระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่เหมาะสมสำหรับโครงการจึงต้องเป็นระบบ Heavy Rail เพราะสอดคล้องกับระบบเดิม และสามารถเชื่อมต่อการเดินรถโดยตรงได้

Loading